Thai Cosmetic Manufacturers Association

ขอเชิญสมาชิกตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการประกอบธุรกิจเครื่องสำอาง

สมาชิกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางและผู้ประกอบการทุกท่าน

ตามที่ภาครัฐได้รับสนองนโยบายของนายกรัฐมนตรีเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบธุรกิจด้านต่างๆ นั้น สมาคมฯ ขอสอบถามปัญหาและอุปสรรคในการประกอบธุรกิจเครื่องสำอางของท่านสมาชิกเพื่อสรุปและนำเสนอภาครัฐต่อไป

หมายเหตุ : โปรดระบุความต้องการ / ปัญหา / อุปสรรค และกรอกแบบสอบถามให้ครบถ้วน เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง โดยความคิดเห็นของท่านจะเป็นความลับ

สมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย ขอเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตและยั่งยืน
มีแบบสอบถาม2 linkนะคะ

ข้อ 1 :  แบบสอบถามความเห็นผู้ประกอบการผลิตเครื่องสำอางไทย ในด้านแนวทางวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอาง (GMP)

ข้อ 2 : แบบสอบถามเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558

วิธีการทำแบบแบบสอบถาม

ท่านสามารถกดเข้าไปในlinkดังกล่าว แล้วทำแบบสอบถามได้เลย เมื่อทำแบบสอบถามเสร็จเรียบร้อยแล้วให้กดส่ง ระบบจะทำการส่งให้อัตโนมัติค่ะ ขอบคุณค่ะ

รบกวนสมาชิกและผู้ประกอบการตอบแบบสอบถามนี้โดยเร็วที่สุดค่ะ

ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งพรวด เครื่องสำอาง/คอนซูเมอร์ปาดเหงื่อกำไรหาย - ฐานเศรษฐกิจ



ต้นทุนผลิตเครื่องสำอาง-คอนซูเมอร์พุ่งสวนกระแสนํ้ามันและค่าเงินลด ส.ผู้ผลิตเครื่องสำอางไทยชี้ปรับขึ้นราคาสินค้าไม่ได้ เหตุตลาดแข่งขันสูงส่งผลให้ผู้ประกอบการยอมหั่น กำไรรักษาฐานลูกค้าด้านผู้ผลิตสบู่บ่นอุบ หลังราคานํ้ามันปาล์มพุ่งจาก กก.ละ 33 บาทเป็น 45 บาท ส่งผลต้นทุนผลิตสบู่โตพรวด เร่งหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่ม ขณะที่ “สยามเนเชอรัล” ยํ้าต้องนำเข้าวัตถุดิบราคาแพงแบกรับภาระหนักอึ้ง แนะรัฐส่งเสริมผู้ประกอบการไทยผลิตวัตถุดิบตั้งต้น ป้อนให้กับรายย่อยทดแทนการนำเข้า


นางเกศมณี เลิศกิจจา นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทยและประธานสมาคมเครื่องสำอางแห่งอาเซียน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการในธุรกิจเครื่องสำอาง ประสบปัญหาราคาวัตถุดิบไม่ได้ปรับลดราคาลงตามต้นทุนอื่น และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แม้ต้นทุนราคาน้ำมันลดลง ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง รวมถึงต้นทุนอื่นๆ จะปรับลดลง แต่ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสารเคมีและวัตถุดิบ สำหรับการผลิตเครื่องสำอางยังไม่ได้ปรับลดราคาลงแต่อย่างใด ขณะเดียวกันยังมีวัตถุดิบบางรายการปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบที่เป็นไปตามฤดูกาลผลิต เช่น สมุนไพรธรรมชาติ เป็นต้น ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจเครื่องสำอางยังมีต้นทุนที่สูงและมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก แต่ก็ยังไม่สามารถปรับราคาสินค้าขึ้นตามได้ เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง หากปรับราคาอาจจะส่งผลให้เสียลูกค้าได้ เพราะปัจจุบันมีผู้ประกอบการในธุรกิจเครื่องสำอางจำนวนมาก แนวทางที่ผู้ประกอบการดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน คือ ยอมลดอัตรากำไรลง รวมถึงบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

“ราคาวัตถุดิบสำหรับผลิตเครื่องสำอางมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ไม่มาก น่าจะไม่เกิน 5% เพราะสมุนไพรหรือวัตถุดิบธรรมชาติ ที่นำมาสกัดเป็นสารตั้งต้นในการผลิตเครื่องสำอางปรับเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีผลผลิตออกมาน้อย บางช่วงเกิดปัญหาภัยแล้งบ้าง ปัญหาน้ำท่วมบ้าง ทำให้วัตถุดิบดังกล่าวราคาปรับสูงขึ้น มีบางอย่างที่เคยซื้อกิโลกรัมละ 7 พันบาท ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 1-1.2 หมื่นบาทก็มี”

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสารเคมีและวัตถุดิบ ส่วนใหญ่ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะว่ามีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ในเรื่องของคุณภาพและความปลอดภัย แม้ว่าที่ผ่านมาภาครัฐพยายามส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทย ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เพื่อลดการนำเข้าและมีต้นทุนที่ถูกลง แต่วัตถุดิบภายในประเทศยังไม่เป็นที่ยอมรับ และราคาวัตถุดิบยังมีราคาที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับสินค้านำเข้า เพราะปริมาณการผลิตที่น้อยกว่า อาทิ มัลเบอร์รี่ราคาในประเทศกิโลกรัมละ 4-5 พันบาท ขณะที่นำเข้าจากต่างประเทศราคาเพียงกิโลกรัมละ 2 พันบาท

Read more...

ข่าวเรื่องแป้งทัลก์ – มีนาคม 2559

ตามที่ได้มีข่าวออกมาของแป้งยี่ห้อหนึ่งซึ่งมีคำสังศาลตัดสินว่าการใช้แป้งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งรังไข่นั้น

ทางสมาคมฯขอเรียนข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย ที่ได้ออกโดยสมาคมเครื่องสำอางอาเซียน (ASEAN Cosmetic Association) และที่ออกโดยสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย พร้อมทั้งข่าวแจกจากทางอย. เพื่อเป็นการยืนยันว่า:

1. แป้งทัลก์ (Talcum powder) ที่ใช้ในการผลิตเครื่องสำอางเป็นเกรดที่มีความปลอดภัยและอนุญาตให้ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางจากทางอย.ไทยและทั่งโลก
2. ยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอที่จะเชื่อมโยงการใช้แป้งทัลก์กับการเกิดมะเร็งรังไข่
3. ผู้บริโภคสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยตามคำแนะนำที่มีอยู่บนฉลากเครื่องสำอาง

ข้อมูลยืนยันจาก

1. ข่าว อ.ย. เพื่อสื่อมวลชน - 26 กุมภาพันธ์ 2559
2. ASEAN Cosmetic Association - February 5, 2016
3. สมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย - 25 กุมภาพันธ์ 2559

เพื่อนบ้านชื่นชอบ เครื่องสำอางขายดี

นางเกศมณี เลิศกิจจา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คาดว่าปีนี้ การส่งออกสินค้าด้านความงามของไทยจะขยายตัว 5-6% จากปีก่อนที่มีมูลค่าการค้ารวม 250,000 ล้านบาท โดยเป็นการส่งออกถึง 40% ซึ่งตลาดที่มีการขยายตัวมากสุดคือตลาดชายแดนในกลุ่มประเทศ CLMV เนื่องจากคนในประเทศดังกล่าวนิยมใช้สินค้าจากไทย

Read more...

สารกันเสีย Methylisothiazolinone หรือ MIT


คลิกเพื่อขยายรูปใหญ่
สมาคมเครื่องสำอางอาเซียน (ASEAN Cosmetic Association)ได้ออกคำแนะนำสำคัญเกี่ยวกับการใช้สารกันเสีย Methylisothiazolinoneหรือ MIT ในเครื่องสำอาง กล่าวคือ สหภาพยุโรป(EU) จะยกเลิกการใช้สารกันเสีย Methylisothiazolinone ในเครื่องสำอางชนิดไม่ล้างออกและผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวแบบเปียกเนื่องจากมีรายงานด้านความไม่ปลอดภัยหลังการใช้ ซึ่งมีแนวโน้มที่ประเทศไทยและอาเซียน จะปฏิบัติตาม แต่ยังไม่มีข้อตกลงแน่ชัดขณะนี้ ดังนั้นผู้ประกอบการควรดำเนินการปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชนิดไม่ล้างออก และผลิตภัณฑ์ผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวแบบเปียกโดยเลือกใช้สารกันเสียชนิดอื่นๆที่ได้รับอนุญาตจาก อย. แทนที่สารกันเสีย Methylisothiazolinoneทั้งนี้สมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทยขอความร่วมมือมายังสมาชิก หากสมาชิกท่านใดมีเครื่องสำอางชนิดไม่ล้างออกและใช้สารกันเสีย Methylisothiazolinone ช่วยแจ้งกลับมายังสมาคมฯด้วยว่ามีความต้องการระยะเวลาผ่อนผันในการปรับเปลี่ยนสูตรนานเท่าไรเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการประชุมกับอย.ภายในเดือนพฤษภาคม 2557 นี้ พร้อมกันนี้ได้แนบจดหมายของสมาคมเครื่องสำอางอาเซียนมาให้ด้วย

การขอหนังสือรับรองการขายเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน (Certificate of Free Sale)

ตามที่สมาคมฯได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแก้ไขข้อความในหนังสือรับรองการขาย (Certificate of Free sale) จากเดิม “ may/can be freely sold in Thailand” เป็น  “ has/have been sold in Thailand” เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศจีนนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้มีหนังสือแจ้งตอบสมาคมฯ ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 ว่า หากเครื่องสำอางที่จะส่งออกไปขายยังประเทศจีน ได้มีการวางขายในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ในหนังสือรับรองการขาย (Certificate of Free Sale ) สามารถระบุข้อความ “ has/have been sold in Thailand” ได้ ทั้งนี้ ในการยื่นคำขอหนังสือรับรองการขายดังกล่าว ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องส่งมอบเอกสารหลักฐานสนับสนุนว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้มีการวางขายในประเทศไทยแล้ว และยังคงวางขายอยู่ในขณะที่ยื่นคำขอหนังสือรับรอง ฯ นั้นด้วย

 

สมาคมฯ จึงขอเรียนให้สมาชิกทราบ และขอขอบพระคุณสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มา ณ โอกาสนี้

Page 1 of 5

  • «
  •  Start 
  •  Prev 
  •  1 
  •  2 
  •  3 
  •  4 
  •  5 
  •  Next 
  •  End 
  • »